Show Posts

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - Ailie662

Pages: [1] 2 3 ... 126
1
ติดต่อสอบถาม โทร 0846623662

ไลน์ไอดี  teerapat999

สนใจสั่งซื้อได้ที่   https://bit.ly/3to47cx


2
เติมคอยส์ COINS เติมเงิน Kitty Live, Mico เติมเพชร Kitty Live, Mico

"ได้เยอะกว่าเติมผ่านแอป"
พร้อมรับสมัครวีเจ มีเงินเดือน+ค่าของขวัญ 





111Topup เปิดบริการ เติมคอยส์ เติม COINS เติมเพชร เติมรูบี้ วิธีการเติมเงิน เติมคอยส์ MICO, KittyLive เติม COINS เติมเพชรง่ายนิดเดียว เพียงแค่โอนเงินผ่านเลชบัญชีธนาคารของเรา แจ้งโอน พร้อมบอกเลขไอดี รอรับคอยส์ไม่เกิน 30 วินาที การันตีได้คอยส์ชัวร์ แถมเยอะกว่าเติมผ่านในแอป ไม่โกง ไม่หลอก แน่นอน โดยมีการเติมเงินแบบ 2 ช่องทางหลักคือ

1. เติมคอยส์ MICO, KittyLive  เติมผ่านระบบธนาคาร ATM,ฝากเงินผ่านตู้, Mobile Banking ,ผ่านเว็บไซด์ธนาคาร


2. เติมคอยส์ MICO, KittyLive  เติมเงินผ่านบัตรเติมเงิน ทรูมันนี่ 


111Topup รีบแอดไลน์เพื่อรับโปรโมชั่น แถมคอยส์เพิ่มขึ้น
เติมคอยส์ MICO, KittyLive




Add Line : @111Topup


วิธีการเติมเงิน Kitty Live, Mico คอยส์ COINS เพชร


1.     แอดไลน์ @111Topup (มี @ ด้วยนะคะ) เติมคอยส์ MICO, KittyLive 


2.     โอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร ตามที่ระบุไว้ หรือ ถ้าเติมผ่านบัตรทรูมันนี่ ให้ส่งหลักฐานบัตรมาที่ไลน์แอด @111Topup


3.     แจ้งเลขไอดี แอฟ Kitty Live, Mico ในไลน์


4.     เมื่อทีมงานรับเรื่องแล้วไม่เกิน 30 วินาทีคุณจะได้รับคอยส์ (COINS) ใน แอฟ Kitty Live, Mico


5.     เติมคอยส์ MICO, KittyLive  เปิดบริการเติมเงินทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 - 02.00 น. (8โมงเช้า-ตี2 ทุกวัน)


 


 


รับสมัครวีเจ ไลฟ์ มีเงินเดือน + ค่าของขวัญ เงินเดือนขั้นต่ำ 6000 บาท 


 


สมัครวีเจ เข้า สังกัด 111 ทำงาน ขั้นต่ำ 20 วัน 30 ชั่วโมงต่อเดือน ทำงานที่บ้านไลฟ์ ออนไลน์ผ่านมือถือ 


มีการันตีเงินเดือน 6000-10000 บาท สำหรับวีเจใหม่ มีเทรนด์งานก่อนขึ้น ไลฟ์ดี ตั้งใจไลฟ์ สังกัดพร้อมซัพพอร์ต ในการหายูสให้แน่นอน รายได้หลักหมื่น - ถึงแสน บาทต่อเดือน


** วีเจที่เคยไลฟ์ BIGO VIBIE YAYA MCAT MLIVE มีการันตีพิเศษ คลิ๊กเลย


สนใจสมัครวีเจ คลิ๊กเลย  https://lin.ee/0apXPWf


 

3


โอเว่น ฮาร์กรีฟส์ แสดงความเชื่อมั่นว่า ปอล ป็อกบา จะกลับมาเป็นส่วนสำคัญในแผนการทำทีมของ ราล์ฟ รังนิก ได้แน่ และจะเป็นผลดีสำหรับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่จะเล่นได้ง่ายขึ้น
    โอเว่น ฮากรีฟฟ์ อดีตมิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษ ออกมาแสดงความเชื่อมั่นว่า ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศส จะมีบทบาทสำคัญในยุคของกุนซือ ราล์ฟ รังนิก ได้อย่างแน่นอน และจะทำให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สตาร์ชาวโปรตุกีสกระหน่ำประตูได้มากกว่านี้แน่นอน 

    เวลานี้ ป็อกบา กำลังพักรักษาอาการบาดเจ็บและคาดว่าจะกลับมาเล่นได้อย่างเร็วที่สุดในเดือนมกราคมปีหน้าเลย ซึ่งทำให้เจ้าตัวยังไม่ได้ลงเล่นในยุคของ ราล์ฟ รังนิก กุนซือคนใหม่ที่เพิ่งประเดิมคุมทีมข้างสนามเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมา 


    อย่างไรก็ตามอนาคตของเจ้าตัวก็ยังไม่ชัดเจนหลังเหลือสัญญากับ แมนฯ ยูไนเต็ด จนถึงจบฤดูกาลนี้เท่านั้น และที่ผ่านมาก็ยังไม่มีความคืบหน้าเกี่ยวกับการเซ็นสัญญาฉบับใหม่มากเท่าไหร่ นั่นหมายความว่าหากถึงเดือนมกราคมนี้แล้วยังไม่มีการต่อสัญญากัน แข้งวัย 28 ปีก็สามารถเจรจาเรื่องย้ายทีมแบบไร้ค่าตัวล่วงหน้ากับทีมจากต่างแดนได้ทันที 

    ฮาร์กรีฟส์ กล่าวถึง ป็อกบา ว่า "หาก ป็อกบา ได้กลับมาลงเล่นแทน เฟร็ด หรือ แม็คโทมิเนย์ และพับสนามบุกใส่คู่แข่งอยู่ฝ่ายเดียวละก็คุณจะมีผู้เล่นอีกคนที่จะสามารถจ่าย.ไปให้ โรนัลโด้ ลุ้นผลิตสกอร์ได้ เพราะฉะนั้นแล้วการได้ทั้ง วาราน และ ป็อกบา กลับมาจะทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด กลายเป็นหนึ่งในทีมที่แข็งแกร่งมากสุดในพรีเมียร์ได้เลย แต่พวกเขาก็จำเป็นจะต้องเล่นแบบนี้ (เกมชนะ พาเลซ 1-0) ไปแบบต่อเนื่อง"

4
BLF BALANCE F DETOXY 
สอบถาม/สั่งซื้อ
LINE: @balances(มี@ด้วยครับ)

10
คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่ระดับ ?BBB+? ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต ?Stable? หรือ ?คงที่? พร้อมทั้งคงอันดับเครดิตหุ้นกู้ที่มีการค้ำประกันบางส่วนของบริษัทที่ระดับ ?A-? โดยพิจารณาจากสถานะเครดิตของทั้งบริษัทเองซึ่งเป็นผู้ออกตราสารและสถานะเครดิตของผู้ค้ำประกันคือธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้รับการจัดอันดับเครดิตที่ระดับ ?AA+? และแนวโน้มอันดับเครดิต ?Stable? หรือ ?คงที่? จากทริสเรทติ้ง* โดยธนาคารกสิกรไทยเป็นผู้ค้ำประกันหุ้นกู้ในสัดส่วน 45% ของเงินต้นคงเหลือและดอกเบี้ยค้างชำระของหุ้นกู้ดังกล่าว

ในขณะเดียวกัน ทริสเรทติ้งยังจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดใหม่ในวงเงินไม่เกิน 1.3 หมื่นล้านบาทของบริษัทที่ระดับ ?BBB+? ด้วย โดยบริษัทจะนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ดังกล่าวไปใช้ชำระหนี้เงินกู้และ/หรือเป็นเงินทุนหมุนเวียน

อันดับเครดิตสะท้อนถึงสถานะทางธุรกิจที่แข็งแกร่งของบริษัทในฐานะผู้นำในธุรกิจให้บริการโทรคมนาคมแบบครบวงจรในประเทศไทย ตลอดจนสถานะทางการตลาดที่แข็งแกร่งของบริษัททั้งในธุรกิจการให้บริการสื่อสารแบบไร้สายและธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง รวมทั้งผลการดำเนินงานที่น่าพอใจของบริษัท นอกจากนี้ อันดับเครดิตยังสะท้อนถึงความคาดหวังของ ทริสเรทติ้งว่าบริษัทจะยังคงได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทคือเครือเจริญโภคภัณฑ์หรือกลุ่มซีพีและพันธมิตรเชิงกลยุทธ์คือ China Mobile International Holdings Ltd. (China Mobile) อีกด้วย อย่างไรก็ตาม จุดแข็งดังกล่าวยังมีปัจจัยลดทอนจากงบการเงินที่มีหนี้สินอยู่ในระดับสูงของบริษัท ตลอดจนการแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรม และผลกระทบที่ยืดเยื้อจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โรคโควิด 19)

ADVERTISEMENT


ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัททรู คอร์ปอเรชั่นยังคงมีผลการดำเนินงานที่สอดคล้องกับประมาณการของทริสเรทติ้ง กล่าวคือ ท่ามกลางผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 บริษัทยังมีรายได้ที่ระดับ 1.02 แสนล้านบาทซึ่งเติบโตเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ระดับ 0.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการให้บริการซึ่งไม่รวมค่าเชื่อมต่อโครงข่ายจำนวน 7.97 หมื่นล้านบาทนั้นอยู่ในระดับใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ รายได้ของบริษัทมีปัจจัยขับเคลื่อนจากการเติบโตที่แข็งแกร่งของธุรกิจให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแต่ก็มีปัจจัยลดทอนจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและมาตรการควบคุมพื้นที่เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดซึ่งส่งผลกดดันต่อธุรกิจให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในกลุ่มลูกค้าแบบเติมเงินและธุรกิจให้บริการโทรทัศน์แบบตอบรับสมาชิก

ณ เดือนกันยายน 2564 ธุรกิจให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของบริษัทซึ่งดำเนินงานภายใต้แบรนด์ ?ทรูมูฟ เอช? มีจำนวนลูกค้าทั้งสิ้น 32 ล้านราย เพิ่มขึ้นจาก 31.7 ล้านราย ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2564 รายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ซึ่งไม่รวมค่าเชื่อมต่อโครงข่ายในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 อยู่ที่ระดับ 5.99 หมื่นล้านบาทซึ่งลดลงเล็กน้อยที่ระดับ 0.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้ของกลุ่มผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมรวมทั้งรายได้ต่อเลขหมาย (Average Revenue Per User ? ARPU) ยังคงได้รับแรงกดดันจากการแข่งขันและจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภค ทั้งนี้ ในช่วงที่เศรษฐกิจซบเซาจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 รายได้รวมของกลุ่มผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 ลดลง 1.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยทรูมูฟ เอช ยังสามารถคงสถานะทางการตลาดที่แข็งแกร่งในการเป็นผู้ให้บริการสื่อสารแบบไร้สายรายใหญ่อันดับสองของประเทศด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดในด้านรายได้คิดเป็นสัดส่วน 31.5% เอาไว้ได้

บริษัทมีรายได้จากการให้บริการธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 จำนวนทั้งสิ้น 2.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากอุปสงค์การเชื่อมต่อแบบออนไลน์และการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตจากที่อยู่อาศัยที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ ณ เดือนกันยายน 2564 จำนวนลูกค้าที่เป็นสมาชิกอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงของบริษัทเติบโตมาอยู่ที่จำนวน 4.5 ล้านราย โดยมีลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นถึงจำนวน 0.135 ล้านรายในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2564 ทั้งนี้ แม้ว่ารายได้ต่อเลขหมายจะมีแนวโน้มลดลง แต่ทริสเรทติ้งก็คาดว่ารายได้จากการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงของบริษัทจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2564

รายได้จากธุรกิจให้บริการโทรทัศน์แบบตอบรับสมาชิกของบริษัทในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนประมาณ 6.7% มาอยู่ที่ระดับประมาณ 7.4 พันล้านบาทอันเป็นผลมาจากจำนวนสมาชิกที่หดตัวลง รวมถึงการลดการใช้จ่ายของลูกค้าในกลุ่มธุรกิจโรงแรม ตลอดจนแนวโน้มการรับชมสื่อและข่าวสารผ่านทางช่องทางอินเทอร์เน็ต (Over-the-top ? OTT) และออนไลน์ที่มีมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม รายได้จากโฆษณา สันทนาการ และอื่นๆ มีการฟื้นตัวเพิ่มขึ้น 13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งทริสเรทติ้งคาดว่าการเปิดประเทศและการกลับมาของกิจกรรมทางสังคมจะช่วยให้ธุรกิจให้บริการโทรทัศน์แบบตอบรับสมาชิกค่อยๆ ฟื้นตัวกลับมา

ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทมีกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ระดับ 4.6 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอันเป็นผลมาจากมาตรการควบคุมต้นทุนของบริษัท ตลอดจนการปรับเปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมากยิ่งขึ้น ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายที่ลดลง และประสิทธิภาพในการดำเนินงานที่เพิ่มสูงขึ้น บริษัทมีอัตราส่วน EBITDA ต่อรายได้ (EBITDA margin) อยู่ที่ระดับ 44.2% ในปี 2564 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระดับ 40.6% ในปี 2563 ในขณะเดียวกันก็มีเงินทุนจากการดำเนินงานที่ระดับ 3.1 หมื่นล้านบาท

อันดับเครดิตของบริษัทมีข้อจำกัดจากการที่บริษัทมีหนี้สินอยู่ในระดับสูง กล่าวคือ ณ เดือนกันยายน 2564 บริษัทมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยอยู่ที่ระดับ 2.44 แสนล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากระดับ 2.53 แสนล้านบาท ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2564 โดยมีหนี้สินปรับปรุงสุทธิอยู่ที่ประมาณ 4.16 แสนล้านบาท บริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินสุทธิที่ปรับปรุงแล้วต่อ EBITDA อยู่ที่ระดับ 7 เท่าและอัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อหนี้สินทางการเงินสุทธิที่ปรับปรุงแล้วอยู่ที่ระดับ 9.5% ในขณะที่อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อโครงสร้างเงินทุนที่ปรับปรุงแล้วอยู่ที่ระดับ 82% ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาจากงบประมาณใช้จ่ายที่จำเป็นสำหรับการลงทุนในโครงข่ายสื่อสารแล้ว ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะยังคงมีภาระหนี้สินอยู่ในระดับสูงต่อไปอีกในช่วงระยะปานกลางโดยยังมีความจำเป็นจะต้องกู้เงินใหม่เพื่อนำมาชำระคืนหนี้เงินกู้เดิมส่วนใหญ่ที่จะครบกำหนดในช่วงเวลา 12-18 เดือนข้างหน้าด้วย

ณ เดือนกันยายน 2564 บริษัทมีหนี้สินทางการเงินของบริษัทย่อยในสัดส่วน 48% ของหนี้สินทางการเงินรวมของบริษัทและหนี้ดังกล่าวเป็นหนี้ที่ไม่มีหลักประกัน ซึ่งระดับหนี้ที่มีลำดับในการได้รับชำระคืนก่อนของบริษัทนั้นต่ำกว่าระดับ 50% ที่กำหนดไว้ตาม ?เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตตราสารหนี้? ของทริสเรทติ้ง ทริสเรทติ้งจึงพิจารณาว่าเจ้าหนี้ที่ไม่มีหลักประกันของบริษัทไม่มีความเสียเปรียบอย่างมีนัยสำคัญในการเรียกร้องค่าทดแทนจากสินทรัพย์ของบริษัท ซึ่งส่งผลให้ทริสเรทติ้งยังคงอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันของบริษัทให้อยู่ในระดับเดียวกับอันดับเครดิตองค์กรของบริษัท

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) (DTAC) และบริษัทได้ประกาศความประสงค์ในการควบรวมบริษัท ซึ่งขณะนี้ทริสเรทติ้งกำลังอยู่ในระหว่างขั้นตอนการประเมินการควบรวมนี้ว่าจะมีผลกระทบต่ออันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ของบริษัทอย่างไร ทั้งนี้ การประเมินยังขาดข้อมูลรายละเอียดที่เกี่ยวกับการควบรวมกิจการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงสร้างของบริษัทใหม่และทิศทางธุรกิจหลังการควบรวม ทริสเรทติ้งมีข้อสังเกตว่าการควบรวมกิจการในครั้งนี้ยังมีปัจจัยที่ท้าทายอีกมากไม่ว่าจะเป็นการได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหุ้น การได้รับความยินยอมจากเจ้าหนี้ และการได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

แนวโน้มอันดับเครดิต

แนวโน้มอันดับเครดิต ?Stable? หรือ ?คงที่? สะท้อนถึงการคาดการณ์ของทริสเรทติ้งว่าบริษัทจะยังคงรักษาความแข็งแกร่งของสถานะทางการตลาดในกลุ่มธุรกิจหลักและมีผลการดำเนินงานที่น่าพอใจต่อไปได้ นอกจากนี้ ทริสเรทติ้งยังคาดว่าบริษัทจะยังได้รับการสนับสนุนจากเครือเจริญโภคภัณฑ์และ China Mobile อย่างต่อเนื่องต่อไปอีกด้วย

ปัจจัยที่อาจทำให้อันดับเครดิตเปลี่ยนแปลง

อันดับเครดิตอาจได้รับการปรับลดลงหากผลการดำเนินงานของบริษัทอ่อนแอลงจนส่งผลให้อัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อหนี้สินทางการเงินที่ปรับปรุงแล้วลดต่ำกว่าระดับ 5% เป็นระยะเวลาต่อเนื่อง ในขณะที่อันดับเครดิตอาจได้รับการปรับเพิ่มขึ้นได้หากบริษัทมีความสามารถในการทำกำไรและมีโครงสร้างเงินทุนที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

บริษัทยังมีคดีความที่อยู่ในระหว่างดำเนินการอีกบางส่วนที่อาจจะต้องใช้เวลาในการพิจารณาตัดสิน ทั้งนี้ อันดับเครดิตของบริษัทอาจได้รับแรงกดดันในทางลบหากผลสรุปของคดีความเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบในทางลบอย่างมีสาระสำคัญต่อสถานะทางการเงินของบริษัท

เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตที่เกี่ยวข้อง

- เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตตราสารหนี้, 15 มิถุนายน 2564

- เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตกลุ่มธุรกิจ, 13 มกราคม 2564

- วิธีการจัดอันดับเครดิตธุรกิจทั่วไป, 26 กรกฎาคม 2562

- อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญและการปรับปรุงตัวเลขทางการเงิน, 5 กันยายน 2561

บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (TRUE)
อันดับเครดิตองค์กร: BBB+
อันดับเครดิตตราสารหนี้:
TRUE221A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 12,246 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2565 BBB+
TRUE221B: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 100 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2565 BBB+
TRUE224A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 5,922 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2565 BBB+
TRUE225A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 300 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2565 BBB+
TRUE227A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 945 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2565 BBB+
TRUE228A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 5,799.10 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2565 BBB+
TRUE228B: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 830 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2565 BBB+
TRUE232A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 4,330 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2566 BBB+
TRUE232B: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 2,875 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2566 BBB+
TRUE237A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 6,394.60 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2566 BBB+
TRUE239A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 4,800 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2566 BBB+
TRUE23NA: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 7,438.90 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2566 BBB+
TRUE245A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 4,415.50 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2567 BBB+
TRUE248A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 11,841.60 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2567 BBB+
TRUE24OA: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,325 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2567 BBB+
TRUE24OB: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 6,212.90 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2567 BBB+
TRUE24NA: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 4,268.70 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2567 BBB+
TRUE251A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 3,994.20 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2568 BBB+
TRUE252A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 4,207.70 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2568 BBB+

11

โบรกเกอร์ คาดว่า บมจ.สบาย เทคโนโลยี (SABUY), ใบสำคัญแสดงสิทธิในการจองซื้อหุ้นสามัญของบมจ.สบาย เทคโนโลยี ครั้งที่ 4 (SABUY-W1), บมจ. ยู ซิตี้ (U), หุ้นบุริมสิทธิของบมจ.ยู ซิตี้ (U-P), ใบสำคัญแสดงสิทธิในการจองซื้อหุ้นสามัญของบมจ. ยู ซิตี้ ครั้งที่ 4 (U-W4), บมจ. คอปเปอร์ ไวร์ด(CPW), บมจ.เจเอเอส แอสเซ็ท (J), ใบสำคัญแสดงสิทธิในการจองซื้อหุ้นสามัญของบมจ.เจเอเอส แอสเซ็ท ครั้งที่ 1 (J-W1), บมจ.แกรททิทูด อินฟินิท (GIFT), บมจ.โปรเจค แพลนนิ่ง เซอร์วิส (PPS) และบมจ.เอทีพี 30 (ATP30) เป็นหลักทรัพย์ที่จะเข้าข่าย Turnover List และมีโอกาสใช้เกณฑ์ให้สมาชิกต้องดำเนินการให้ลูกค้าวางเงินสดไว้ล่วงหน้ากับสมาชิกเต็มจำนวนที่จะซื้อ (Cash Balance) โดยคาดว่าจะเริ่มวันที่ 7 ธันวาคม 2564 มีรายละเอียด ดังนี้

ANALYST PICKS: หุ้นเด่นจากนักวิเคราะห์ วันที่ 3 ธันวาคม 2564

หุ้นเด่นจากนักวิเคราะห์ (ANALYST PICKS) รวบรวมจากบทวิเคราะห์ของโบรกเกอร์ประจำวันนี้



ชื่อย่อหุ้น    โบรกเกอร์     คำแนะนำ                ราคาเป้าหมาย          แนวรับ         แนวต้าน  Stop Loss
ADD       CGS-CIMB     ซื้อ                           29.25    29.25,28.50    32.00,34.00    < 27.00
ADVANC    KINGSFORD    ซื้อเก็งกำไร                   222.00              -              -          -
AMATA     KS           ซื้อ                           24.80              -              -          -
BIZ       GLOBLEX      ถือ                            9.00              -              -          -
BWG       AIRA         ซื้อ เล่นรอบใหญ่                     -      0.88,0.86      1.02,1.20       0.84
BWG       GLOBLEX      -                                -           0.90      0.95-1.00       0.88
COM7      AIRA         ทยอยซื้อ เล่นรอบใหญ่                 -    77.00,75.00    83.00,88.00      74.00
III       KINGSFORD    ซื้อ                           14.50              -              -          -
MGT       CGS-CIMB     ซื้อ                            3.96      3.96,3.90      4.50,4.80     < 3.74
MINT      CGS-CIMB     ซื้อ                           35.00              -              -          -
MORE      KTBST        -                                -      1.87-1.90      1.95-2.00     < 1.80
NUSA      AIRA         ซื้อ เล่นรอบใหญ่                     -      0.50,0.49      0.54,0.58       0.48
RBF       AIRA         ซื้อ เล่นรอบเล็ก                     -    20.20,20.00    21.00,21.40      19.80
RBF       KTBST        -                                -    19.80-20.10    20.80-21.10    < 19.30
SYNEX     GLOBLEX      -                                -          30.00    33.00-35.00      29.00
XO        FSS          ซื้อ                           22.00              -     

12

ไทยพาณิชย์ จับมือ NIA เปิดห้องเรียนวิชาพัฒนาผลิตภัณฑ์แห่งนวัตกรรม กับหลักสูตร Innovation-Based Enterprise บ่มศักยภาพเอสเอ็มอีภาคการผลิตและบริการ

ธนาคารไทยพาณิชย์ ผนึกกำลัง สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ขับเคลื่อนนวัตกรรมและเทคโนโลยีสู่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย สานโครงการ "NIA-SCB Innovation-Based Enterprise (IBE)" ต่อเนื่องในรุ่นที่ 3 เพื่อเพิ่มพูนวิสัยทัศน์และยกระดับขีดความสามารถทางด้านนวัตกรรมของผู้ประกอบการ สร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์และบริการ และยกระดับองค์กรให้เติบโตและเข้มแข็งบนฐานนวัตกรรม โดยหลักสูตรในรุ่นนี้ได้ออกแบบเนื้อหาที่เฉพาะเจาะจงสำหรับกลุ่มเอสเอ็มอีจากภาคอุตสาหกรรมการผลิตและภาคบริการเพื่อธุรกิจ (Man.cturing and B2B service) โดยกำหนดเป้าหมายให้เอสเอ็มอีที่เข้าร่วมจำนวน 44 บริษัท ให้สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการสร้างสรรค์จากฐานนวัตกรรมด้วยแผนงานที่พร้อมนำไปใช้ในธุรกิจจริงเมื่อสำเร็จหลักสูตร ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการตกผลึกความรู้ที่เข้มข้นในชั้นเรียนผ่านการถ่ายทอดมุมมอง กลยุทธ์ และประสบการณ์จากเหล่ากูรูซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและซีอีโอของธุรกิจเอสเอ็มอีรุ่นพี่ที่ประสบความสำเร็จ รวมถึงคำแนะนำจากทีมผู้เชี่ยวชาญจาก NIA และ SCB ในแขนงต่างๆ ที่พร้อมเป็นที่ปรึกษาแบบตัวต่อตัวให้กับผู้เข้าอบรมทุกบริษัท เพื่อช่วยให้เอสเอ็มอีสร้างผลิตภัณฑ์และบริการที่สามารถแข่งขันได้ออกสู่ตลาด ทั้งนี้หลักสูตรยังมุ่งส่งเสริมการเชื่อมต่อเครือข่ายเอสเอ็มอีให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้นเพื่อเกื้อกูลซึ่งกัน และช่วยเปิดโอกาสใหม่ๆ ที่จะสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นางพิกุล ศรีมหันต์ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี ธนาคารไทยพาณิชย์ นายปริวรรต วงษ์สำราญ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาผู้ประกอบการนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) นายพัฒนนพงศ์ รานุรักษ์ และนายธเนศ จิระเสวกดิรก ผู้อำนวยการโครงการ NIA-SCB Innovation-Based Enterprise รุ่นที่ 3 ร่วมเปิดโครงการเมื่อเร็วๆ นี้

13
คุณชนะพันธุ์ พิริยะพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และคุณยุพเรศ พิริยะพันธุ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ที คิว อาร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TQR ร่วมนำเสนอข้อมูลผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3/2564 และแผนการดำเนินธุรกิจในงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน "Opportunity Day" ผ่านระบบ Video Conference โดยระบุว่า แผนการดำเนินธุรกิจในไตรมาส 4/2564 บริษัทฯ มุ่งเน้นพัฒนาประกันภัยรูปแบบใหม่ๆ ร่วมกับบริษัทประกันภัยชั้นนำ ทั้งการประกันภัยไซเบอร์ การประกันภัยพืชผล การประกันภัยปศุสัตว์ และรถไฟฟ้า EV เพื่อตอบโจทย์ความต้องการลูกค้า-ผู้บริโภค รวมทั้งมุ่งเน้นพัฒนาบุคลากร เครื่องมือ ระบบและกระบวนการทำงานต่างๆ เพื่อให้บริการคู่ค้าอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด มั่นใจว่า ผลงานปีนี้เติบโตตามเป้าหมาย โดยงานดังกล่าวจัดขึ้น ณ บมจ.ที คิว อาร์ สำนักงานใหญ่ เมื่อเร็วๆ นี้

14
นายนุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานมอบรางวัลเกียรติยศ ในงาน Business+ PRODUCT  OF THE YEAR AWARDS 2021 สุดยอดสินค้าแห่งปี 2021 ให้แก่ มร.ลาร์ส  ไฮบุทสกี้ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย ในรางวัลกลุ่มประกันยอดเยี่ยมแห่งปี ผลิตภัณฑ์ประกันภัยการเดินทาง ซึ่งได้รับการพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้ครอบคลุมตามความต้องการมากที่สุด จัดขึ้นโดยนิตยสาร Business+ ในเครือบริษัท เออาร์ไอพี จำกัด ร่วมกับวิทยาลัยการจัดการมหาวิทยาลัยมหิดล มอบให้เป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนาสินค้าและบริการ ซึ่งถือเป็นรางวัลแห่งความภาคภูมิใจและตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านประกันการเดินทาง พิธีมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรมสวิสโฮเต็ล กรุงเทพฯ รัชดา

15
ข้อต่อท่ออ่อนสแตนเลส
ท่อรับการสั่น
ท่อรับการสะเทือน
ข้ออ่อนกันสะเทือน

Pages: [1] 2 3 ... 126